วิธีใช้แป้นพิมพ์ 4 แถว 5 แถว ใน iphone อย่างง่าย

Advertisement

วิธีใช้แป้นพิมพ์ 4 แถว 5 แถว ใน iphone อย่างง่าย

วิธีใช้แป้นพิมพ์ 4 แถว 5 แถว ใน iphone

ปกติแล้วการใช้แป้นพิมพ์ใน iPhone นั้น มักจะมีปัญหาที่ตามมาอยู่ตลอดจนต้องมีการค้นหาวิธีและแนวทางการแก้ไขที่ดูแล้วเหมาะสมมากที่สุดเหมือนกัน เพราะว่าแต่ละครั้งที่ทางบริษัท apple ได้ผลิต iPhone รุ่นต่างๆออกมานั้น ลักษณะการใช้แป้นพิมพ์พวกนี้มักจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าเรารู้จักการตั้งค่าให้ยู่ในรูปแบบที่เราสามารถใช้งานได้ถนัดก็จะช่วยทำให้เราทำอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายดายมากขึ้นเหมือนกัน

แต่สำหรับปัญหาที่เราจะมานั่งหาทางแก้ไขในวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องใหม่ใดๆเลยสำหรับการใช้ iPhone นั่นก็คือการใช้แป้นพิมพ์ในลักษณะของแป้นพิมพ์ 4 แถวและแป้นพิมพ์แบบ 5 แถวนั่นเอง อาจจะเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนที่เพิ่งจะอัพเดท iOS กันบ้าง เพราะว่าบางทีเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับการใช้งานพวกแป้นพิมพ์สไตล์แบบ 4 แถว หรือ 5 แถวกันมาก่อน ซึ่งเรื่องพวกนี้ เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ก่อนอื่นนั้น เรามาลงตรวจสอบกันหน่อยว่า เพราะอะไร การใช้งานแป้นพิมพ์ 4 แถว 5 แถวใน iPhone ถึงค่อนข้างจะเจอปัญหาบ่อย

Advertisement

สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนหลายๆคนรู้สึกว่าการใช้งานแป้นพิมพ์ 4 แถวนั้นดูเป็นเรื่องลำบาก อาจจะเพราะว่าเป็นความเคยชินมาจากการเคยใช้งานแป้นพิมพ์ประเภท 3 แถว ที่เป็นระบบการพิมพ์ตัวอักษรหรือข้อความแบบดั้งเดิม หรือเป็น Classic Style ของระบบ iPhone นั่นเอง อันที่จริงจะเป็นระบบโทรศัพท์มือถือ Smart Phone รุ่นไหน แป้นพิมพ์แบบ 3 แถวมันย่อมเป็นมาตรฐานที่ทุกคนต้องเคยเจอกันมาก่อนอยู่แล้ว แต่พอกลายเป็นว่าเราอัพเดท iOS ของ iPhone ระบบการพิมพ์ของแป้นพิมพ์มันก็เปลี่ยน กลายมาเป็นว่า มีการพิมพ์แบบ 4 แถว และ 5 แถว เพิ่มขึ้นมาด้วย เราเลยต้องมาเรียนรู้กันหน่อยว่ามันควรที่จะใช้งานอย่างไร

การใช้งานแป้นพิมพ์ 4 แถว หากเราลองสังเกตนั้น จะพบว่า จะมีให้เราพิมพ์ตัวอักษรทั้งหมด 4 แถวนั่นเอง แต่สิ่งที่ขาดหายไปก็คือ แป้นพิมพ์ที่เป็นสระที่เราต้องอาศัยการรูดนิ้ว เราถึงจะสามารถพิมพ์สระต่างๆหรือพวกวรรณยุกต์ได้ และแน่นอนว่า ถ้าหากเราอยากจะใช้งานแป้นพิมพ์ 5 แถว เรายังสามารถกดตั้งค่าแป้นพิมพ์ได้ด้วยการไปที่ ตั้งค่า -> ทั่วไป -> แป้นพิมพ์ -> ไทย จากนั้นเราจะสามารถเลือกได้ว่าเราจะเลือกใช้งานแป้นพิมพ์ 4 แถวหรือ 5 แถวก็อยู่ที่ความสะดวกของเราแล้ว

แต่มีจุดที่อยากจะแนะนำคือเรื่องของการใช้ภาษาที่ 3 ที่มีคนบางคนติดตั้งเพิ่มไว้ การจะใช้แป้นพิมพ์นี้ อาจจะทำให้การเปลี่ยนภาษายุ่งยากมากขึ้น ขอให้คุณตั้งค่าภาษาที่ 3 ที่คุณใช้บ่อยมากที่สุดไว้ จะได้ไม่เกิดความช้าในการเปลี่ยนภาษา

Advertisement

วิธีพิมพ์ภาษาอื่น ใน iphone

วิธีพิมพ์ภาษาอื่น ใน iphone

มาถึงเรื่องของการใช้ภาษาที่สามที่คนใช้โทรศัพท์ iPhone ต่างก็ต้องการที่จะเรียนรู้การตั้งค่ากันแล้วล่ะครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไอ้ครั้นเราจะใช้แต่ภาษาบ้านเกิดของเราอย่างภาษาไทยหรือใช้ภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษแค่สองภาษา มันดุเหมือนจะไม่ค่อยอินเทรนด์ในยุคนี้ที่มีคนมากมายเรียนรู้ภาษาที่สามกันมากขึ้นเช่นพวก ภาษาเยอรมัน , ญี่ปุ่น , จีน , เกาหลี หรือพวกภาษาสวีเดน , ฝรั่งเศสแล้วนั่นเอง ใช่แล้วครับ ตอนนี้ iPhone เองก็มีการรองรับการใช้ภาษาต่างประเทศมากกว่าเดิมแล้ว โดยเพิ่มเข้ามามากกว่า 40 ภาษาเลยทีเดียว

add more language iphone

สำหรับการใช้ภาษาอื่นๆ เราสามารถติดตั้งภาษาที่ 3 ที่เราต้องการจะใช้งานได้ หากเรามั่นใจว่าเราใช้ภาษาอื่นๆนอกเหนือจากภาษาอังกฤษบ่อยครั้งแน่นอนแล้ว  ก่อนอื่นใดนั้น เราต้องมาดูกันหน่อยว่าเราจะตั้งค่าพวกภาษาใหม่ๆให้กับ iPhone ของเราได้อย่างไรบ้าง โดยเราจะสามารถเช็คดูได้จากตอนที่เราลองเปิดพวกแป้นพิมพ์ขึ้นมาแล้วดูว่าตอนนี้ เราใช้ภาษาอะไรได้บ้าง โดยมาตรฐานแล้วนั้น เราได้ใช้งานภาษาไทยหรือ Eng ก่อนเสมอ

เริ่มแรกให้เราเปิดแอพฯที่ใช้ในการตั้งค่าต่างๆใน iPhone ก่อนโดยไปที่ Settings จากนั้นก็ให้เลือกไปที่ General ตามด้วยให้เราเลือกไปที่ Keyboard และตรงนี้แล้วที่เราจะเริ่มได้เห็นเมนูที่เราอาจจะไม่คุ้นกันนั่นก็คือเมนูคำสั่งที่เรียกว่า International Keyboards เป็นการใช้คีย์บอร์ดภาษานานาชาตินั่นเอง ตรงนี้แหละครับที่จะเปิดโอกาสให้เราได้เลือกพวกภาษาที่สามที่นอกเหนือจากภาษาอังกฤษมาใช้งานกันได้มากขึ้นแล้ว ให้เราเลือกที่ Add New Keyboard… หลังจากนี้ก็ให้เราทำการเลือกภาษาใหม่ๆ ที่ต้องการจะเพิ่มเป็นภาที่เราใช้คีย์บอร์ดในการพิมพ์ใน iPhone ได้แล้วครับ

นอกเหนือจากการเพิ่มคีย์บอร์ดภาษาที่สามแล้ว ในกรณีที่ว่า ถ้าหากเราเบื่อหรือไม่ต้องการใช้แล้ว ต้องการที่จะลบหรือคิดว่าภาษาที่เราเพิ่มขึ้นมา มันเยอะ เราต้องจัดระเบียบว่าเราใช้ภาษาไหนมากสุดน้อยสุด ให้เราทำการจัดลำดับคีย์บอร์ดได้ โดยให้เลือก Edit จะทำให้เราสามารถย้ายตำแหน่งของพวกคีย์บอร์ดภาษาต่างๆ หรือใช้ลบพวกคีย์บอร์ดภาษาที่เราไม่คิดว่าใช้แล้วออกได้ เมื่อแก้ไขเสร็จก็กด Done

สำหรับการตั้งค่าโดยสมบูรณ์ของ iPhone และเพื่อทดสอบการใช้ภาษาใหม่ๆ นั้นก็ให้เราทำการไปที่ Setting และเลือกที่ General และเลือกที่ International และเลือกไปที่ Language และสุดท้ายก็คือให้เราเลือกภาษาที่ต้องการจะใช้และเลือกที่ Done เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว แถมไม่ต้องปิดเปิดเครื่องใหม่ด้วย

วิธีป้องกันและบล็อก คนชวนเล่นเกมส์ใน Facebook

วิธีป้องกันและบล็อก คนชวนเล่นเกมส์ใน Facebook

หลายๆคนที่เล่น Facebook มักจะเจอกับปัญหาเหล่านี้กันเยอะเลยทีเดียว นั่นก็คือ การเจอกับคนที่เป็นเพื่อนใน Facebook ของเราที่ชอบในการส่งเกมส์มาให้เรากดเข้าไปเล่นเพื่อหวังผลประโยชน์ต่อพวกเขาในเวลาที่เล่นเกมส์ เหตุผลก็เพราะว่าเกมส์ใน Facebook บางทีมันจะมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนคนเล่นเกมส์เพื่อสามารถปลดล็อกความสามารถในด้านต่างๆที่มีความจำเป็นต่อเกมส์นั้นๆ หรือเพื่อหวังผลประโยชน์ว่า พอมีคนเล่นเกมส์เยอะขึ้น ก็มีโอกาสที่จะขายไอเทมหรือเติมเงินพิเศษเพื่อทำให้รายได้ของผู้พัฒนาเกมส์เพิ่มมากขึ้น แต่กระนั้นแล้ว  ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่รู้สึกรำคาญเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า จะเล่น Facebook แบบปกติเหมือนคนอื่นเขา แค่ใช้พูดคุยกับเพื่อน กดไลค์ให้ Status ที่โดนใจเราหรือัพเดท Status ธรรมดา แชทกับเพื่อน หรือแค่อัพโหลดรูปภาพอย่างเดียวจะได้ไหม ไม่ต้องส่งพวกเกมส์มาให้เล่น อันนี้คือสิ่งที่หลายๆคนมักจะพูดกันเป็นประจำ

ดังนั้นเราจึงต้องมาศึกษาเกี่ยวกับวิธีการบอกปฏิเสธและหาวิธีป้องกันพวกคนที่ชอบส่งเกมส์มาให้เรา ซึ่งจะมีทั้งวิธีทางด้านเทคนิคและวิธีเชิงจิตวิทยาที่จะสามารถช่วยเราได้แน่นอน

ปกติแล้วในทางปฏิบัติทางแรกนั้น เราสามารถที่จะตั้งค่าให้ Facebook ของเราสามารถที่จะทำการ Block พวกการส่งเกมส์หรือส่งคำเชื้อเชิญบางอย่างได้อีกด้วย เพียงแค่เราทำการเข้าไปตั้งค่าว่าเราจะไม่รับการเชิญให้เล่นเกมส์หรือแอพตัวนั้นๆ ทำให้การส่งเกมส์มาให้จากเพื่อนเรานั้น ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป นั่นคือเทคนิคเฉพาะทาง

แต่ในอีกกรณีถัดมาคือ ถ้าหากว่าเราไม่ต้องการที่จะให้เพื่อนของเราส่งเกมส์มาให้ เราคงต้องใช้จิตวิทยาในกาพูดคุยและคิดวิเคราะห์ก่อนว่าเพื่อนที่ส่งเกมส์มาให้เรานั้นเป็นเพื่อนสนิทกับเรารึเปล่า ถ้าเขาชอบส่งมา ให้ใช้วิธีพูดคุยกับเขา เจรจากับเขาดีๆก็ได้เช่น “อย่าส่งเกมส์มาให้เลย ไม่มีเวลาเล่นหรอก” หรือไม่งั้นอาจจะใช้วิธีแบบฉบับที่เพื่อนสนิทกันใช้กันอย่างเช่น “ไม่ได้บ้าเกมส์นะเฟ้ย อย่าส่งมา” อันนี้ใช้ได้กับเพื่อนสนิทของเรา แต่ถ้าหากว่าคนที่ชอบส่งเกมส์มาให้เราบ่อยๆโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แค่ว่า Add Friend มาหาเราเพื่อหาคนเล่นเกมส์ด้วยโดยเฉพาะ อันนี้ให้เราใช้วิธีเตือนเขาดีๆ ไม่เช่นนั้นก็คือให้ลบเขาออกจากการเป็นเพื่อนไปเลยก็ได้ หรือใช้วิธี Block เขาไปเลยก็คือทางออกที่ดีที่สุดครับ

17-9-2557 12-44-09

วิธีบล็อก ก็แค่เข้าไปที่ Settings แล้วก็ กด Apps จากนั้นเลือกกดลบ app ที่เราเคยสมัครไว้ครับ เพียงเท่านั้นก็จะมีมี app เด้งมารบกวนอีก

วิธีติดตั้ง Keyboard ภาษาไทยบน Android Emulator

เริ่มจากเปิดเจออันนี้

http://soft2.me/droidsans-thai-keyboard-for-android/

เป็นการแนะนำโปรแกรมบน Android ชื่อว่า droidsans thai keyboard (คนไทยทำเย้ๆ)
ถ้าลงโปรแกรมนี้และตั้งค่านิดหน่อยก็จะสามารถพิมพ์ไทยได้

ก่อนอื่น ต้องไปโหลดตัวโปรแกรมที่ว่ามาก่อน  จะเห็นว่าในหน้าเวปนั้นจะมีให้ไปโหลดได้สองที่ คือ

  1. โหลดจาก Android Market (https://market.android.com/details?id=droidsans.android.droidsanskeyboard) : อันนี้ท่าจะลำบากหน่อย เพราะตัวอุปกรณ์เรา(AVD) มันเป็น Emulator มันเลยไม่ได้ลงทะเบียนไว้  เลยโหลดไม่ได้
  2. โหลดตรงๆ จาก Mediafire.com (http://www.mediafire.com/?1xakh6mycz6zcqa) : อันนี้ง่ายกว่า เลยเอาอันนี้ละกัน
เมื่อโหลดเสร็จ จะได้ไฟล์ “DroidSans Thai Keyboard.apk” มา ให้เอาไฟล์นี้ไปไว้ใน “<Android Path>\platform-tools\”  ในกรณีนี้ของผมจะอยู่ที่
C:\Android\platform-tools\
(ที่ต้องเอาไว้ตรงนั้น เพราะโปรแกรมที่เราจะรันต่อไป ที่ชื่อ “adb.exe” อยู่ตรงนั้น  พออยู่ทีเดียวกันก็จะได้ทำอะไรต่อไปง่ายหน่อย)
อันนี้ก๊อปไฟล์มาใส่ในpathเดียวกับ adb.exe เรียบร้อยแล้ว
ต่อไปก็เปิด DOS ขึ้นมา (จะด้วย cmd หรือ Start->All Programs -> Accessories -> Command Prompt ก็แล้วแต่) แล้วก็เข้าไปที่ path ที่ลง Android SDK เอาไว้  (ในที่นี้จะเป็น C:\Android)
ถ้าเปิด Android Virtual Device อยู่ก็ให้ปิดซะก่อน  แล้วมาเปิดใหม่ด้วยคำสั่งต่อไปนี้
เข้าไปที่ folder ชื่อ “tools” แล้วก็ใช้คำสั่ง emulator @TestAndroid -partition-size 100
(* TestAndroid คือชื่อAVDที่ผมใช้  ก็ให้เปลี่ยนเองตามชื่อ AVD ที่แต่ละคนตั้งละกัน)
จากนั้นก็ย้อนกลับไปเข้าที่ folder ชื่อ “platform-tools” (ที่เพิ่งก๊อปไฟล์ลงไป) แล้วรันคำสั่งเพื่อติดตั้งโปรแกรม  คำสั่งคือ adb install “DroidSans Thai Keyboard.apk”
แค่นี้ก็ติดตั้งเสร็จแล้ว    ต่อไปก็มา config กันซะหน่อย
ให้เข้าหน้าโปรแกรมบนAVD แล้วก็เข้า “Settings” –> “Language & keyboard”

เลื่อนลงมา จะเห็นว่ามี DroidSans Thai Keyboard ขึ้นมาแล้ววววววว เย้ๆ
ก็ให้ติ๊กถูกที่ช่องสี่เหลี่ยมข้าง ดังรูป

มาลองดูผลกับ WhatsApp ดูบ้างดีกว่า
พอเปิด WhatsApp มาจะเห็นว่า keyboard ยังเป็นเหมือนเดิมเลย
ต้องไปกดเปลี่ยน keyboard ก่อน ที่ปุ่มกลมๆด้านล่างซ้าย (แถวล่างสุด ปุ่มที่2จากทางซ้าย)

เลือก “Select input method” แล้วก็เลือก “DroidSans Thai Keyboard”
แค่นี้หน้าจอkeyboardเราก็จะเปลี่ยนไปแล้ว
ส่วนการสลับภาษา ก็ใช้ปุ่ม “en/th” ที่อยู่ด้านล่างซ้าย เหมือนเดิม

ตอนนี้พิมพ์ไทยได้แล้ว  แต่มันต้องเอาเมาส์จิ้มๆทีละตัว  แต่ก็ยังดีล่ะนะ อย่างน้อยก็ส่งข้อความไทยได้ละ

6 สัญญาณอันตราย ฮาร์ดดิสก์

เรื่อง 6 สัญญาณอันตราย ฮาร์ดดิสก์ใกล้ตาย ว่ากันว่าผู้ใช้บางท่านรู้สึกแย่มากๆ ที่อยู่ดีๆ ฮาร์ดดิสก์สุดที่รักก็จากไปอย่างไม่หวนคืน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นมันมีสัญญาณเตือนให้ทราบอยู่ตลอดเวลา แต่ก็หาได้สังเกตไม่ ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีนิสัยรักการแบ็คอัพ ประเภทรักเดียวใจเดียวไม่สำรองข้อมูลไว้ที่อื่นกันบ้างเลย ประเด็นที่อยากจะเตือนผู้ใช้ก็คือ อย่ามั่นใจเทคโนโลยีมากเกินไป ควรสังเกตสังกามันบ้าง ต่อไปนี้คือ ลางบอกเหตุสำหรับฮาร์ดดิสก์ที่ใกล้ตาย ซึ่งมีอยู่ 6 ข้อด้วยกัน อ่านทิปนี้จบแล้วลองพิจารณาดูด้วยนะครับว่า ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่มีอาการตามนี้บ้าง หรือไม่

      1. LED แสดง สถานะการทำงานของฮาร์ดดิสก์ไม่ยอมดับ แม้มันจะฟังดูเกินเหตุ เนื่องจากบางทีมันอาจจะมาจาก LED มีปัญหาก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว การที่ LED แสดงสถานะการทำงานของฮาร์ดดิสก์สว่างอยู่ตลอดเวลา ค่อนข้างจะชัดเจนว่า มันมีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะการทำงานของฮาร์ดดิสก์ และยิ่งปล่อยเนิ่นนานไป ปัญหาจะลุกลามไปจนแก้ไม่ได้ในที่สุด
      2. ฮาร์ดดิสก์ใช้เวลานานกว่าจะพร้อมทำงาน ฮาร์ดดิสก์ ของคุณใช้เวลาในการบู๊ตนานเกินไป หรือเปล่า? จริงอยู่ที่มันอาจจากการที่ต้องโหลดโปรแกรมเริ่มต้นการทำงานหลายตัว แต่ถึงนั้นก็เถอะ ถ้ามันใช้เวลาเกินกว่าสองนาทีก็ถือว่า มีพิรุธแล้ว เพราะนั่นอาจเกิดจากการอ่าน หรือเขียนข้อความที่ผิดพลาดบนฮาร์ดดิสก์อยู่ก็ได้
      3. ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถหา File Table ได้ ถ้า ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถหา Windows Master File Table (MFT) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังเกิดการล่มของการทำงานอย่างไม่คาดฝัน กรณีนี้แทบจะเรียกได้ว่า ฮาร์ดดิสก์ของคุณเข้าขั้นโคม่าเต็มทีแล้ว
      4. CHKDSK แส ดงเซคเตอร์เสีย (bad sector) Bad sector คือความจริงของชีวิต การที่ยูทิลิตี้แสดงว่า ฮาร์ดดิสก์ของคุณมี bad sector นั่นหมายความว่า ความเสื่อมสภาพกำลังคืบคลานเข้ามาสู่ฮาร์ดดิสก์ของคุณทีละก้าวๆ แม้มันจะช้ามาก แต่เป็นสัญญาณเตือนที่คอยบอกคุณว่า ความหายนะกำลังใกล้เข้ามาเยือนฮาร์ดดิสก์ของคุณแล้ว
      5. ฮาร์ดดิสก์ร้อนขึ้นเรื่อยๆ  ปกติ ฮาร์ดดิสก์เวลาทำงานจะอุ่นๆ อยู่แล้ว แต่ถ้ามันร้อนมากจนรู้สึกได้ บางครั้งมีกลิ่นออกมาเลย ถ้ามีอาการเช่นนี้ก็เตรียมทำพิธีได้เลย ฮาร์ดดิสก์ของคุณใกล้ตายเต็มทีแล้ว
      6. ประวัติของฮาร์ดดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ ที่เคยตกบนพื้นแข็ง (ขณะที่มันยังคงทำอยู่ หรือไม่ก็ตาม) หรือได้รับความร้อนมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อฮาร์ดดิสก์ได้รับการติดตั้งไว้ใกล้กับพัดลมระบายความร้อนซีพี ยู หรือพัดลมเสีย ซึ่งทั้งสองกรณีทำให้ความร้อนภายในสูงขึ้น ความร้อนนี้จะส่งผลให้ฮาร์ดดิสก์เริ่มมีอาการเอ๋อ อย่างเช่น มีปัญหาในการอ่าน หรือเขียนไฟล์ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ อายุของฮาร์ดดิสก์จะสั้นลงอย่างไม่ต้องสงสัย และหากฮาร์ดดิสก์มีประวัติทำนองนี้อยู่ล่ะก็ อายุของมันไม่ยืดแน่นอนครับ

วิธี เปิด-ปิด สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบอย่างรวดเร็ว

เราสามารถ เปิด/ปิดสิทธิ์ ของผู้ดูแลระบบได้โดยผ่านทางหน้าต่างคอมมานด์ ส่วนรายละเอียดนั้นจะมีดังต่อไปนี้

1. ล็อกอินด้วยแอคเคานต์ของ Administrator หรือผู้ดูแลระบบ
2. คลิกปุ่ม “Start” พิมพ์ “cmd” ลงในช่องค้นหา
3. คลิกขวาที่รายการ “cmd” ที่ปรากฏขึ้นมา เลือกคำสั่ง “Run as administrator” (อาจต้องยืนยันด้วยปุ่ม “Yes” ในหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นมา)
4. หากต้องการปิดสิทธิ์การใช้งานของผู้ดูแลระบบก็สามารถทำได้โดยพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ลงไปแล้วกดปุ่ม [Enter] จากนั้นจะมีข้อความ “The command complete successfully” เพื่อยืนยันความสำเร็จ

net user administrator /active:no

5. หากต้องการเปิดสิทธิ์การใช้งานของผู้ดูแลระบบขึ้นมาอีกครั้งก็สามารถทำได้โดยพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ลงไปแล้วกดปุ่ม [Enter] จากนั้นจะมีข้อความ “The command complete successfully” เพื่อยืนยันความสำเร็จเช่นเดียวกัน

net user administrator /active:yes

 

รวดเร็ว : คุณสามารถยกเลิกและคืนสิทธิ์การใช้งานของผู้ดูแลระบบผ่านหน้าต่างคอมมานด์ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องสลับไปยังผู้ใช้อื่นให้เสียเวลา

17 ข้อ ที่คุณควรรู้ไว้ กับ iPhone 5

มีแต่คนอยากซื้อ มีแต่คนพูดถึง และมีแต่คนพูดถึงไปต่างๆ นานา ยิ่งวันศุกร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา วันที่ iPhone 5 ออกสู่ตลาดวันแรก โลกทั้งใบก็พูดถึงแต่ iPhone 5 พอยิ่งพูดถึง สังคมก็ยิ่งสนใจ พลอยทำให้คนที่ฟังเกิดอารมณ์ ‘อยากเป็นเจ้าของ ก่อนหน้านี้มีผลวิจัยออกมาแล้วว่า เวลาซื้อของ คนเรามักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล สำหรับคนเงินถุงเงินถังการซื้อ iPhone 5 ด้วยอารมณ์อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับคนทั่วไป การซื้อมือถือราคาสองหมื่นกว่าบาท ด้วยอารมณ์ล้วนๆ เป็นเรื่องใหญ่

ต่อไปนี้ คือ ความจริง 17 ประการ เกี่ยวกับ iPhone 5 ที่อยากให้คุณรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เผื่อจะได้เติมเหตุผลใส่ในอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น

– ฟีเจอร์หลายคนถูกใจ คือ หน้าจอที่ใหญ่และยาวขึ้น (กว้างเท่าเดิม) จาก 3.5 นิ้ว เป็น 4 นิ้ว อัตราส่วน 16:9 และมีสีสันดีขึ้น

– เครื่องบาง 7.6 มิลลิเมตร หนัก 112 กรัม ซึ่งบางและเบากว่ารุ่น 4S

– ใช้ซีพียู Apple A6 ที่โฆษณาว่า เร็วกว่าเดิม 2 เท่า

– กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่าเดิม แต่มี Sensor ที่ให้ภาพดีกว่าเดิม ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น ลด noise ของภาพได้

– กล้องหลังใช้เลนส์ 5 ชั้น พื้นผิวที่ครอบบนตัวเลนส์เป็น Sapphire Crystal ที่มีความแข็งแรงรองจากเพชร ดังนั้น จึงเป็นการยากที่เลนส์จะเป็นรอย

– ในส่วนฟีเจอร์กล้อง มีโหมดช่วยในการถ่าย ‘พาโนราม่า’ ได้สูงสุด 240 องศา ซึ่งถ่ายได้ง่ายๆ แบบหมูๆ

– บันทึกวิดีโอแบบ HD ความละเอียดสูงสุด 1080p มีฟีเจอร์ลดการสั่นของภาพ

– Wi-Fi รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น เป็นแบบ Dual-Channel 2.4 ให้ความเร็วสูงสุดที่ 150 Mbps

– แบตเตอรี่รองรับสเปคของเครื่องที่สูงขึ้น ใช้งานได้ 8 ชั่วโมงเท่ารุ่น 4S แม้สเปคเครื่องจะแรงกว่าเดิม

– หูฟังเป็นแบบ EarPods ที่ออกแบบมาให้เข้ากับ ‘หู’ ทุกคน ใส่ไม่หลุด ไม่เลื่อน และให้คุณภาพเสียงเท่ากันในทุกสภาพหู

– รองรับเครือข่าย LTE ที่รับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงถึง 100 Mbps ซึ่งเป็นเครือข่ายที่บ้านเรายังไม่มี…

– iPhone 5 มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น 16 GB, 32 GB, 64 GB ราคา 199$, 299$, 399$ ลดหลั่นกันตามลำดับ

– คาดว่าราคาเครื่องเปล่าที่จะขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เริ่มต้นที่ 23,990 บาท และน่าจะเริ่มนำเข้ามาขายในเดือนตุลาคม

– ว่ากันว่าตอนนี้ที่มาบุญครองมี iPhone 5 ขายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 3 หมื่นบาทขึ้นไป

– อย่าโกรธที่ราคาเครื่องหิ้วแพง เพราะมีต้นทุนการนำเข้าที่ค่อนข้างสูง เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าจ้างคนไปรอคิวซื้อ ค่าขนส่ง รวมถึงการตัดราคาระหว่างผู้ค้าด้วยกัน ที่ถ้าใครให้มากกว่าก็จะได้สินค้ามาขายก่อน แต่จงโกรธที่ตัวเองใจร้อน

– มีนักวิเคราะห์คาดว่า iPhone 5 จะทำยอดขายราว 10-20 ล้านเครื่อง ในเดือนแรกหลังการเปิดตัว

– ก่อนซื้ออย่าลืมดูเงินในกระเป๋า รวมถึงยอดหนี้ในบัตรเครดิต แล้วถามตัวเองว่า ต้องการคุณสมบัติที่มีใน iPhone 5 จริงๆ หรือไม่

จะใช่หรือไม่ใช่ แต่ที่แน่ๆ คนเรามักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการซื้อของ
โดยเฉพาะสินค้าที่มีความหมายและเป็นเครื่องบ่งสถานะในสังคม ที่ชื่อ iPhone

วิธีตรวจสอบซีพียูที่ใช้ว่าเป็น 32 บิต (x86) หรือ 64 บิต (x64)

ก่อนอื่นให้เปิดโปรแกรม Notepad ขึ้นมา

Start -> Programs -> Accessories -> Notepad

พิมพ์ข้อความต่อไปนี้ลงไป

reg query HKLM\HARDWARE\DESCRIPTION\System\CentralProcessor\0 > c:\cpu.txt

* บันทึกไฟล์นี้ไว้ด้วยนามสกุล .BAT เช่น “CPURead.bat” (ต้องมีเครื่องหมาย “ ” ครอบไว้ด้วย)
* ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ดังกล่าว
* หลังจากนี้จะมีไฟล์ “cpu.txt” ถูกสร้างขึ้นที่ “C:\” ให้คุณดับเบิลคลิกเข้าไปดู
* ต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้

HKEY_LOCAL_MACHINE\HARDWARE\DESCRIPTION\System\Cen tralProcessor\0
Component Information REG_BINARY 00000000000000000000000000000000
Identifier REG_SZ Intel64 Family 6 Model 15 Stepping 7
Configuration Data REG_FULL_RESOURCE_DESCRIPTOR FFFFFFFFFFFFFFFF0000000000000000
ProcessorNameString REG_SZ Intel(R) Core(TM)2 Quad CPU @ 2.40GHz
VendorIdentifier REG_SZ GenuineIntel
FeatureSet REG_DWORD 0x211b3ffe
~MHz REG_DWORD 0x960
Update Signature REG_BINARY 0000000068000000
Update Status REG_DWORD 0x6
Previous Update Signature REG_BINARY 0000000068000000
Platform ID REG_DWORD 0x10

* ให้สังเกตบรรทัดที่มีคำว่า “Identifer” ซึ่งถ้าเป็นซีพียูแบบ 64 บิตมันก็จะแจ้งเป็น Intel64 หรือ AMD64 แต่ถ้าเป็นซีพียูแบบ 32 บิตก็จะแจ้งเป็น Intelx86 หรือ AMDx86 แทน

คำแนะนำ : ไม่ว่าซีพียูของคุณจะรองรับเทคโนโลยี 64 บิตหรือไม่ แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ค่อนข้างจำกัดจากสถาปัตยกรรมของตัวมันเองนั้น CHIP ก็ขอแนะนำให้คุณใช้วินโดว์สเซเว่นแบบ 32 บิตแทนจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เว้นเสียแต่ว่าคุณจะติดตั้งหน่วยความจำไว้มากกว่า 4GB ขึ้นไป